Blog #แมวยักษ์


แมวที่มีเวทย์มนต์ทำให้คนหลงรัก

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร? ใบเพ็ดดีกรีนอก คือ ใบเพ็ดดีกรีที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) ที่มีมาตรฐานสากล

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

ใบเพ็ดดีกรีนอก คือ ใบเพ็ดดีกรีที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) ที่มีมาตรฐานสากล

คำถามต่อมา ... อะไรคือ มาตรฐานสากล?

ในโลกใบนี้ ในแต่ละประเทศมีองค์กรแมวหลากหลายองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับแมว ซึ่งแต่ละองค์กรก็จะมีประวัติการก่อตั้งและข้อกำหนดของตัวเองแตกต่างกันออกไป แต่การจะได้รับการยอมรับว่าองค์กรมีมาตรฐานสากลนั้น องค์กรนั้นๆจะต้องเป็นสมาชิกหน่วยงานที่มีชื่อว่า World Cat Congress (WCC)

WCC คือ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อสร้างและรักษามาตรฐานในการเลี้ยงแมว ขยายพันธุ์แมว และประกวดแมว โดยมีหน้าที่คอยประสานและควบคุมแต่ละองค์กรแมว ให้ทำงานด้วยมาตรฐานเดียวกัน (กฎระเบียบอาจต่างกัน แต่ต้องมาตรฐานเดียวกัน) มีสมาชิกอยู่ 9 องค์กร ได้แก่

1.  ACF - Australian Cat Federation, Australia

2. CCC of A - Co-Ordinating Cat Council of Australia, Australia

3.  CFA - Cat Fanciers' Association, USA

4.  FIFe - Fédération Internationale Féline, France

5. GCCF - Governing Council of the Cat Fancy, UK

6. NZCF - New Zealand Cat Fancy, New Zealand

7.SACC - Southern African Cat Council, South Africa

8.TICA - The International Cat Association, USA

9. WCF - World Cat Federation, Germany


ดังนั้น มาตรฐานสากล คือ มาตรฐานการเลี้ยงแมว ขยายพันธุ์แมว และประกวดแมว ที่ 9 องค์กรตามชื่อข้างบนนี้ ยึดถือปฏิบัติ และใบเพ็ดที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) จาก 9 องค์กรตามชื่อข้างบนนี้ เรามักเรียกกันสั้นๆว่า “ใบเพ็ดนอก”

Read More  
1 min read
แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

“แมวบางพันธุ์ก็มีตาสองสีแบบสมบูรณ์ เช่น แมวพันธุ์ Turkish angora, Japanese bobtail และ Turkish van ลักษณะ heterochromia จะพบมากในแมวสีขาว หรือแมวสีอะไรก็ตามที่มียีนส์สีขาว สำหรับแมวเมนคูนนั้นก็สามารถเกิดตาสองสีได้เช่นกัน ปัจจุบันฟาร์มแมวเมนคูนตาสองสีที่ไม่ใช่แมวขาวล้วนในไทย ที่สามารถเพาะพันธ์ได้เองในไทยมีเพียงฟาร์มเดียวคือฟาร์ม Issycozy ซึ่งในปัจจุบันฟาร์มได้ปิดแล้ว

แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

เมื่อเรานึกถึง ‘ตาแมว’ เราก็มักจะนึกภาพตาสีเขียว ฟ้า หรือเหลืองอำพัน นานๆ ทีถึงจะเจอแมวตาสองสี ในคนเองก็มีลักษณะตาแมวเหมือนกัน เนื่องจากมนุษย์มีสีตาที่แตกต่างกัน แมวที่มีตาสองสีจะให้ความงามที่ดูแปลกตา

ว่าแต่... แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ? ลักษณะตาสองสีนี้เรียกว่า asheterochromia iridis เป็นภาษากรีก ซึ่งมีความหมายว่า สีตาที่แตกต่างกัน

จำนวนเมลานิน หรือก็คือเม็ดสีที่ทำให้สีผิวของเราเข้มขึ้นเมื่อตากแดด เป็นตัวกำหนดสีตาของคนและแมว แมวบางตัวมียีนจุดสีขาว หรือยีนสีขาวซึ่งจะทำให้เกิดลักษณะ heterochromia ของสีตา

ลูกแมวทุกตัวตอนแรกเกิดจะมีตาสีฟ้า เมื่อลูกแมวเริ่มโตจนอายุราวๆ 7-12 สัปดาห์ เม็ดสีก็จะเคลื่อนที่ไปยังม่านตา จากตาสีฟ้าก็จะเปลี่ยนเป็นสีตาที่แท้จริงของแมวแต่ละตัว หากว่าเม็ดสีตาไม่ได้ย้ายไปยังม่านตา แมวตัวนั้นก็จะมีตาสีฟ้า  แต่ถ้าเม็ดสีเคลื่อนที่ไปที่ตาข้างเดียว ตาข้างหนึ่งก็จะเป็นสีฟ้า ส่วนตาอีกข้างหนึ่งก็อาจจะเป็นสีเหลือง เขียว หรือน้ำตาล

ลักษณะ heterochromia ที่ไม่สมบูรณ์เกิดจากที่ตาข้างหนึ่งมีมากกว่า 1 สี ในขณะเดียวกัน ลักษณะ heterochromia จะสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อตาข้างหนึ่งมีสีแตกต่างจากตาอีกข้าง

แมวบางพันธุ์ก็มีตาสองสีแบบสมบูรณ์ เช่น แมวพันธุ์ Turkish angora, Japanese bobtail และ Turkish van ลักษณะ heterochromia จะพบมากในแมวสีขาว หรือแมวสีอะไรก็ตามที่มียีนส์สีขาว สำหรับแมวเมนคูนนั้นก็สามารถเกิดตาสองสีได้เช่นกัน  ปัจจุบันฟาร์มแมวเมนคูนตาสองสีที่ไม่ใช่แมวขาวล้วนในไทยมีเพียงฟาร์มเดียวคือฟาร์ม Issycozy ซึ่งในปัจจุบันฟาร์มได้ปิดแล้ว

แม้ว่าลักษณะ heterochromia จะไม่แสดงอาการใดๆ แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของยีนส์ การบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วย บ่อยครั้งที่แมวที่หูหนวกข้างเดียวมักจะแสดงลักษณะตาสองสี แต่อย่างไรก็ตาม แมว 60-70% ที่มีตาสองสีก็ไม่มีปัญหาด้านการได้ยินแต่อย่างใด ลักษณะ heterochromia ไม่เพียงแต่พบได้ในแมวสีขาวเท่านั้น แต่เกิดกับแมวสีอื่นๆ ด้วยที่มียีนส์นี้ แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลไป

แมวที่มีอายุมากบางตัวก็มีลักษณะ heterochromia แสดงออกมา ซึ่งอาจเกิดจากการที่เลือดหรือธาตุเหล็กไปสะสมอยู่ในช่องที่อยู่ใกล้กับตา หากว่าแมวโตเต็มวัยของคุณเปลี่ยนสีตาอย่างรวดเร็ว ให้ปรึกษากับสัตวแพทย์

ลักษณะตาสองสีของแมวไม่ได้ส่งผลต่อสัญชาตญาณการมองเห็น การกระโดด การนอนหลับ หรือการเคลื่อนไหว ลักษณะตาที่โดดเด่นนี้ทำให้แมวมองเห็นได้ชัดเจนอย่างที่เราเห็น หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ

แม้ว่าการที่ลูกแมวเปลี่ยนสีตาตอนที่เริ่มโตขึ้นเป็นเรื่องปกติ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อแมวแก่ตัวลงและเริ่มเปลี่ยนสีตาก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน หากแมวโตเปลี่ยนสีตา เราก็ควรจะนำไปตรวจกับสัตวแพทย์ทันที




เครดิต: www.petful.com  ,#MaleeAndFriends ,https://en.wikipedia.org/wiki/Heterochromia_iridum 

เครดิตรุปภาพ : ฟาร์ม Issycozy 



Read More  
1 min read
ถามกันเยอะ เมนคูนตัวนี้แท้มั้ย

ถามกันเยอะ เมนคูนตัวนี้แท้มั้ย

เมนคูนแท้ไม่แท้ดูยังไง ตัวนี้แท้มั้ย ลองอ่านดูนะคะจะได้คลายความสงสัยไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

เมนคูนแท้ไม่แท้ดูยังไง ตัวนี้แท้มั้ย

มีคนส่งรูปน้องๆมาให้ช่วยดูกันเยอะมากๆ เลยค่ะ ว่าตัวนี้แท้ไหม ผสมมาหรือเปล่า จริงๆ เคยอธิบายลักษณะมาตราฐานของเมนคูนไว้แล้วนะคะ แต่ถ้าส่งถามมาต้องขออนุญาติที่จะไม่ตอบนะคะ เพราะส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของมารยาทในการจะวิจารณ์แมวของฟาร์มอื่นว่ามีลักษณะเช่นไร  ซึ่งส่วนตัวเองนั้นก็ไม่ใช่ผู้ทรงคุณวูฒิพอที่จะสรุปได้ว่าตัวไหนใช่ไม่ใช่  แต่ถ้าอยากรู้จริงๆขอรวบมาให้เลยนะคะ ลองอ่านๆ แล้ววิเคราะห์น้องๆกันดูนะคะ ว่าใช่หรือไม่  โดยหลักๆแล้วจะมี 2 วิธี ในการตรวจสอบว่าเมนคูนแท้หรือไม่ 

วิธีที่แรก  

คือดูจากลักษณะภายนอก หรือที่เรียกว่า Phenotype (ฟีโนไทป์) วิธีการก็คือจะสังเกตทุกส่วนของแมวตั้งแต่ปลายหูจรดปลายหาง ว่าตรงตามลักษณะสายพันธ์ มั้ย ซึ่งสรุปย่อๆ เกี่ยวกับมาตราฐานโดยทั่วๆไปเมนคูน นะคะ  คือจะมีรูปร่างยาว  ลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่ มีลิ้งค์หู ลักษณะเส้นขนเป็น 2 ชั้น  ลักษณะเด่นจะอยู่ที่ขนใต้ท้องและพวงหาง มีแผงคอ ใบหน้าจะยาวออกเป็นเหลี่ยมไม่กลม หน้าผากจะนูนไม่แบน มีกระบอกปากเป็นสีเหลี่ยม และคางที่แข็งแรง  อันนี้คร่าวๆ นะคะ แต่ถ้าอยากรู้ละเอียดก็สามารถไปหาอ่านได้นะคะ ในเว็บนี้มีลงข้อมูลเกี่ยวกับ breed standard maine coon ของสมาคม WCF & CFA ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไว้ด้วยค่ะ 

วิธีการดูจากลักษณะภายนอกนี้ปัจจุบันสมาคม WCF ได้มีการเปิดให้นำแมวทุกสายพันธ์ ไป verified พื่อตรวจลักษณะว่าตรงตามมาตราฐานสายพันธ์หรือไม่หากตรงตามมาตราฐานทางสมาคม สามารถื่อออกใบเพ็ดดีกรีได้ แต่ทั้งนี้ทางสมาคมเองเป็นผู้ออกมายืนยันว่าการตรวจสอบในลักษณะนี้มิใช่การยืนยันว่าแมวเมนคูนตัวดังกล่าวเป็นสายพันธ์แท้ แต่แค่เป็นการยืนยันว่าแมวตัวดังกล่าวเป็นแมวที่มีลักษณะถูกต้องตามสายพันธ์เท่านั้น


ส่วนวิธีที่สอง 

การตรวจสอบการเรียงตัวของยีนพันธุกรรม (DNA) ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะในแต่ละสายพันธุ์ที่ไม่เหมือนกันที่เรียกว่า Genotype (จีโนไทป์) ซึ่งกระบวนการตรวจสอบDNAมากมายหลายวิธี  ใครสนจะศึกษาหรือต้องการส่งตรวจก็ลองเขาไปดูกันได้ค่ะ แนะนำเป็น lab 2 แห่งนี้นะคะ ว

1. The Veterinary Genetics Laboratory (VGL)  https://www.vgl.ucdavis.edu/    ซึ่งมีชือเสียง และมีความน่าเชื่อถือมากในอเมริกา 

2. http://catdnatest.org/   เป็น lab ที่ทำงานร่วมกับสมาคม CFA 

แต่เนื่องจากการตรวจดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ปัจจุบันจึงนิยมตรวจสอบจากประวัติการผสมพันธ์ที่เรียกว่า  ใบ pedigree แทน แต่เนึ่องจากในการจดทะเบียนเพ็ดดีกรีของสมาคม WCF เอง หรือแม่กระทั่งใบ Register ของสมาคม CFA นั้นก็มิได้มีการนำตัวแมวไปตรวจสอบสายพันธ์เพียงแต่ใช้เอกสารในรุ่นพ่อและแม่ที่เจ้าของฟาร์มจัดส่งให้สมาคมดำเนินการจดทะเบียน ซึ่งหากไม่มีการผสมข้ามสายพันธุ์โดยตั้งใจ และลงทะเบียนชื่อพ่อแม่ตัวอื่นลงไปให้เสมือนเป็นพันธุ์แท้ หรือที่เรียกกันว่าการสวมใบ ก็ถือว่ามีความน่าเชื่อถือระดับนึง 

สรุปนะคะ  ทุกครั้งที่จะซื้อแมวพันธุ์แท้ไม่ว่าสายพันธ์ใดก็ตาม

1. ต้องขอดูใบ Pedigree หรือใบ Register ของพ่อแม่แมวก่อนทุกครั้ง ( ดูแล้วต้องตรวจสอบด้วยนะคะ ไม่ใช่พอมีแล้วดูแค่ผ่านๆ  เอาไว้คราวหน้าจะมาสอนวิธีการดูเบื้องต้นนะคะ ) 

2. ตรวจดูลักษณะของแมวว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ สวยมั้ย อันนี้ต้องลองดูแต่ละฟาร์มเปรียบเทียบเอา

3. ตรวจสอบฟาร์มที่ซื้อมาว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่โดย การประกวดแมว การเลี้ยงดูแมว การให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับแมว ความสนใจใส่ใจต่างๆ ผู้พัฒนาสายพันธุ์ที่ดี มักไม่หวงความรู้

จริงๆแล้วยังมีประเด็นสำคัญในการเลือกลูกแมวอีกก็ คือ สุขภาพของลูกแมว และลักษณะนิสัยของแมว เพราะการเลี้ยงแมวพันธุ์แท้ก็ไม่ได้การันตีประสบการณ์ความสุขที่คุณจะมีร่วมกันกับแมวน้อยอีกอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป 

อ่านแล้วไม่เข้าใจประการใด หรือมีข้อมูลเสริมอะไรมาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ 







ะ  

Read More  
1 min read
Breed Standard Maine coon (WCF)

Breed Standard Maine coon (WCF)

Breed Standard Maine coon (WCF)

Maine Coon

 

To Semi-longhair breeds
Body

The large to very large cat has a muscular, elongated and broad body.
It gives an overall rectangular impression. The muscular neck is of medium length, the rib
cage is broad. The medium long legs are solid and muscular. The paws are large, round
and tufted. The tail is long and shall reach at least to the shoulders. It is broad at the base,
tapering and with flowing furnishing.

Head

The large, massive head with straight contours appears square. Cheek bones are high.
The nose is of medium length. The profile is curved.
The muzzle is massive and square and clearly defined.
The chin is massive and solid and is in line with the upper lips and the nose.

EarsThe ears are very large with a broad base and tapering. They are almost upright and high set.
The distance between the ears is no more than an ear width. The ear furnishing extends beyond
the outer edge of the ears, ear tufts (lynx tufts) are desirable.
EyesThe eyes are large, oval, set wide apart and slightly slanted.
Eye colour shall be even and corresponds with the coat colour.
Coat

Except the frill, the fur on the head and the shoulders is short and becomes distinctly longer along the
back and the flanks, as well as on the belly. The dense undercoat is soft and fine under the coarser,

firm top coat. The dense, loosely falling top coat is water repellent and covers the back, flanks and top
of the tail completely. The under parts of the body and the back of the hind legs have only undercoat.
Longer furnishing on the chest is desirable, a full frill is not required.

Colour varieties

The colours chocolate and cinnamon, as well as their dilution (lilac and fawn) are not recognized in any
combinations (bicolour, tricolour, tabby). The pointed pattern is also not recognized. All other colours
and patterns are recognized. Any amount of white is permitted. The description of colours is listed in
the general list of colours.

Faults
  • A coat with an overall even length is a fault.
Faults excluding
the CAC
  • Withhold CAC for finely built body.
 
Scale of points
Body35 points
Head30 points
Eye colour5 points
Coat texture, colour and pattern25 points
Condition5 points
Read More  
1 min read
ภาวะข้อเสื่อมในแมวเมนคุน

ภาวะข้อเสื่อมในแมวเมนคุน

ภาวะข้อเสื่อมเป็นภาวะนึงที่ต้องพึงระวังในสำหรับแมวเมนคูนซึ่งมีโครงสร้างขนาดใหญ่


สำหรับแมว ที่มีลักษณะตามพันธ์ุที่ค่อนข้างใหญ่ เช่น Maincoon, ซาวานา, แร็กดอลล์, ไซบีเรียน, แมวป่านอร์เวย์ หรือแมวเบงกอล  เนื่องจากมีโครงสร้างขนาดใหญ่  ทำให้ข้อต่อจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการ เดิน กระโดด หรือวิ่งออกกำลังกาย


โดยปกติแมวเหล่านี้จะสามารถพบภาวะข้อเสื่อมได้ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่โดยธรรมชาติของแมวอาการเจ็บป่วยเหล่านี้จะเป็นการแสดงอาการเงียบหรือไม่แสดงอาการ เช่น ไม่กระโดดขึ้นที่สูง อารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการของโรคอื่นเช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (Hypertrophic cardiomyopathy) ข้อเสื่อม (arthritis) หรือ กระดูกก้นกบเสื่อม (degenarative lumbosacral stenosis)

แต่ภัยเงียบเหล่านี้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในผู้คนส่วนใหญ่ที่มักจะเข้าใจผิดว่าน้องอายุมากขึ้น เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่กระโดดเล่น หรือวิ่งเล่นเหมือนตอนเด็กๆ

สำหรับวิธีป้องกันคือจะต้องเสริมคอลลาเจนให้กับน้องๆ เป็นประจำเพื่อจะช่วยป้องกันการเกิดข้อเสื่อมในอนาคต และทำให้น้องมีข้อต่อที่แข็งแรงขึ้น ลดแรงเสียดทานจากการกระโดด หรืออาการเจ็บปวดจากอุบัติเหตุต่างๆ จากการวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย และยังช่วยบำรุงเรื่องเส้นขน และผิวหนัง และที่สำคัญเพิ่ม skin resistant จะช่วยลดอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรืออาการแพ้ต่างๆอีกด้วยค่ะ  ในส่วนของที่ฟาร์มจะเสริม เป็นวิตามินยี่ห้อ NUTRIENT PLUS COLLAGEN FOR PETSคอลลาเจนสำหรับสุนัขและแมว ที่ต้องการบำรุงขน ผิวหนัง และข้อต่อ รวมถึงสร้างความแข็งแรงของกระดูกอ่อน และหลอดเลือด  วิธีรับประทานก็คือโรยในอาหารตามน้ำหนักตัวของน้องๆ เลยค่ะ ทานไม่ยากถ้าสนใจสามารถสั่งซื้อกับทางฟาร์มได้นะคะ line id : @tigercooncathotel  หรือ line id : tigercooncat ค่ะ 



ขวดเล็ก size s 8g 250 บาท

ขวดใหญ่ Size L 20g. 490 บาท 

แนะนำทานต่อเนื่องนะคะจะได้เห็นผลในระยะยาวค่ะ  



Read More  
1 min read
สิ่งของที่ต้องเตรียมให้ลูกแมวที่รับจากฟาร์ม Tigercooncat

สิ่งของที่ต้องเตรียมให้ลูกแมวที่รับจากฟาร์ม Tigercooncat

สิ่งของที่ต้องเตรียมให้ลูกแมวที่รับจากฟาร์ม Tigercooncat

สิ่งของที่ต้องเตรียมให้ลูกแมวที่รับจากฟาร์ม Tigercooncat


1. อาหารเม็ด (Dry food)

อาหารเดิมที่ฟาร์มให้ลูกแมวทานคือ อาหารสูตรลูกแมว ยี่ห้อProPlan สูตร หรือ  ยีห้อ Hill   ให้สูตรลูกแมวจนลูกแมวอายุ 1 ปี แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสูตรแมวโต แต่ถ้าแมวทำหมันหลังจากทำหมันเป็นสูตรแมวโตหรือแมวทำหมันได้เลยค่ะ หรือถ้าเจ้าของใหม่อยากเปลี่ยนยี่ห้อแนะนำให้เปลี่ยนหลังย้ายบ้านแล้วอย่างน้อย 1 เดือน แมวย้ายบ้านใหม่จะไม่ค่อยทานอาหารอยู่แล้วถ้าเปลี่ยนอาหารกระทันหัน อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้แมวไม่ทานอาหาร น้ำหนักลด ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่  ช่วงเปลี่ยนอาหารให้ผสมอาหารเดิมลงไปก่อนนะคะ แล้วค่อยๆลดปริมาณอาหารเดิมลงทีละน้อย หากเปลี่ยนทันทีจะทำให้น้องแมวถ่ายเหลวได้ค่ะ 


  2. อาหารเปียก ( Wet food) / Barf 

อาหารเดิมที่ฟาร์มให้ลูกแมวทานคือ อาหารเปียกยี่ห้อ Roral canin สูตร kitten สลับ บาร์ฟ(Barf ) สำหรับบาร์ฟถ้าไม่สะดวกทำเองแนะนำเป็นยี่ห้อ BB Barf  นะคะมีขายเป็นถ้วยแบบสำเร็จรูปเลยสะดวก และสะอาดถูกหลักอนามัยมากๆ   หรือหากไม่สะดวกเป็น Barf ก็จะเป็นไก่ต้มฉีกได้ค่ะ 



  3. ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการขับถ่าย (Little box & Cat litter) 

  -  กะบะทราย ( Litter ) ใช้แบบไม่มีหลังคาแต่ขอบสูงหน่อยค่ะ ในช่วงแรกไม่ต้องใหญ่มากค่อยๆเปลี่ยนตามขนาดตัวน้องค่ะ 

  -  ทรายแมว (Cat litter) ที่ฟาร์มใช้คือทรายเต้าหู้ยี่ห้อ petory ประหยัดกว่าทรายเม็ดทั่วไปและที่มีไม่มีฝุ่นปลอดภัยกับแมวด้วยคะ สามารถตักทิ้งลงชักโครกได้เลยค่ะ

   - ถ้าจะใช้ห้องน้ำอัติโนมัติ (  Automatic Litter )  แนะนำใช้ยี่ห้อ litter robot จะทนกว่าและใช้ได้นานถึงตอนโตไม่ต้องเปลี่ยนค่ะ ( ห้องน้ำอัติโนมัติไม่สามารถใช้ทรายเต้าหู้ได้นะคะ การเลือกซื้อทรายที่ใช้กับห้องน้ำให้สอบถามผู้ขายเลยค่ะ) 



4.  ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นขน

    - แชมพู และครีมบำรุงขน สเปร์ย์ฉีดก่อนไดร์ทขนสำหรับอาบน้ำยี่ห้อ CHRIS CHRISTENSEN  มีขายตาม pet shop หรือจะฝากทางฟาร์มสั่งก็ได้ค่ะ  อาบอยู่บ้านใช้แชมพู ,ครีมนวด ,สเปร์ย ค่ะ

  

5.ไดร์ทไล่น้ำแบบ 2 มอเตอร์


6.แปรงสำหรับแปรงขน  ยีห้อ CHRIS CHRISTENSEN   หรือ ยี่ห้ออื่นๆตามสะดวกนะคะ  สำหรับใช้เป็นประจำใช้แปรงแค่ 3 แบบค่ะ 

    -  หวีเหล็ก  1 อัน

    -  Slicker Brushes  1 อันเอาไว้แต่งขนให้ละเอียด

    -  แปรงขนหมู  1 อันเอาไว้เปรงก่อนนอนเพื่อให้ขนเงางาม แมวชอบมากแปรงแล้วฟินแน่นอน



6. ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องหูยี่ห้อ Virbac Epi-Otic Epiotic Ear Cleanser fo Dogs & Cats / ก้านสำลีสำหรับทำความสะอาดหู



7. กรรไกรตัดเล็บ


8. ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตา


9. วิตามิน ( Supplymentary food) ที่ฟาร์มใช้กับลูกแมวเป็นประจำ 

   -  สำหรับบำรุงเสริมกล้ามเนื้อ บำรุงขน ของทางฟาร์มใช้ยี่ห้อ kittybloom ตัว VM 900 เป็นตัวบำรุงขน เสริมภูมิ และ Wate เป็นตัวเพิ่มกล้ามเนื้อ เป็นวิตามินน้ำเข้าจากอเมริกา  ฟาร์มเมนคูนดังๆในต่างประเทศใช้กันเยอะค่ะและค่อนข้างจะเหมาะสมกับแมวเมนคูนที่สุดเพราะลองมาหลายยี่ห้อแล้วฟาร์มเราก็เลยหยุดที่ตัวนี้ค่ะ   สามารถสั่งซื้อตรงกับบริษัททีอเมริกาได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวกทางฟาร์มรับ pre order ค่ะ ถ้าต้องการสั่งซื้อให้ติดต่อทาง line : @tigercooncathotel ได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวกยี่ห้อนี้ก็ลองหาแบรนด์ในไทยนะคะ มีหลายยี่ห้อเลยค่ะ หาที่คุณสมบัติเพิ่มกล้ามเนื้อ และบำรุงขนแล้วกันนะคะ  



10 . ภาชนะใส่อาหาร ( Cat bowl) 

ชามอาหารเม็ด  แนะนำใช้เครื่องให้อาหารอัติโนมัติ Petoneer  ข้อดีของการใช้ที่ให้อาหารอัติโนมัติคืออาหารสดใหม่ตลอดเวลา  หรือถือไม่สะดวกก็ใช้เป็นชามยกสูงธรรมดาก็ได้ค่ะแต่ไม่ควรวางต่ำเกินไปนะคะ 

ชามสำหรับใส่อาหารเปียก หรืออาหารปรุงเอง (ไก่ต้ม ,บาร์ฟ) แนะนำเป็นชามแบบยกสูง ปากกว้างๆ ไม่ต้องลึกมากค่ะ

ภาชนะใส่น้ำ แนะนำเป็นน้ำพุแมวนะคะ ลองเลือกดูตามใจชอบค่ะ มีหลายยี่ห้อ แต่ถ้าไม่สะดวกแนะนำเป็นชามแบบยกสูงตามขนาดตัวน้องนะคะ ถ้าต่ำเกินไปน้องจะวักน้ำเล่นค่ะ



11. คอนโด เสาลับเล็บ เบาะนอน ของเล่นโดยเฉพาะไม้ล่อแมว เป็นของจำเป็นที่ช่วยในการกระชับความสัมพันธ์ให้น้องๆ กับเจ้าของได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างรวดเร็วค่ะ  

คอนโดแมวหรือกล่องแมวติดผนังทางฟาร์มแนะนำร้านชื่อเพจ  cat box coupae  งานไม้เนียบมากๆ รูปแบบทันสมัย

ของเล่นแนะนำร้าน ชื่อเพจ Petshop Court Fin Cat มีของเล่นราคาไม่แพงให้เลือกแบบหลากหลายมาก



list ทั้งหมดนี่เป็นของใช้เบื้องต้นที่จำเป็นต่อน้องๆ  ในช่วงแรกของการรับน้องมาเลี้ยงนะคะ หากเจ้าของอยากจะจัดซื้อหาอะไรเพิ่มเติมก็ตามสะดวกเลยค่ะ และ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลแมวน้องๆ ก็สามารถ line สอบถามได้โดยตรงนะคะ 

Line id :tigercooncat 



Read More  
2 min read
ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้แมวส้มแวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ

ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้แมวส้มแวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ

ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้ แมวสีแดง (d)แวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ สีแดง รหัสสีคือ d ในระบบมาตราฐานของสมาคม WCF ส่วนในระบบ มาตราฐานของสมาคม CFA เรียกสี Red ซึ่งจริงๆมันคือสีส้มนั่นแหละ แต่ระบบสากลเค้าเรียกสีแดง


ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้ แมวสีแดง (d)แวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ  


สีแดง รหัสสีคือ d ในระบบมาตราฐานของสมาคม WCF  
ส่วนในระบบ มาตราฐานของสมาคม CFA เรียกสี Red ซึ่งจริงๆมันคือสีส้มนั่นแหละ แต่ระบบสากลเค้าเรียกสีแดง


สังเกตมั้ยคะแมวสีส้มส่วนมากจะเป็นตัวผู้เพราะ 👇🏻👇🏻


>> แมวสีส้มตัวผู้ เกิดจากพ่อส้มหรือแม่ส้มตัวใดตัวนึงไปมีผสมกับคู่ที่เป็นคนละสีลูกที่ออกมาถ้าเป็นสีส้มแมวสีส้มตัวนั้นจะเป็นเพศผู้เท่านั้นค่ะ  หรือ พ่อส้ม+แม่ส้มก็จะสามารถให้ลูกสีส้มที่เป็นเพศผู้ได้เช่นกันค่ะ 


>>แต่ >>  แมวสีส้มตัวเมีย จะเกิดจากการผสมระหว่างพ่อและแม่ที่มียีนส์สีแดงด้วยกันเท่านั้น ถ้าพูดเข้าใจง่ายๆคือพ่อส้ม+พ่อส้ม หรือพ่อส้ม +แม่สามสี(ส้ม ดำ ขาว) ถึงจะได้ลูกสีส้มที่เป็นตัวเมีย 


ดังนั้นแมวส้มเพศเมียจึงหายากค่ะ!!


ตัวในภาพชื่อน้อง Bunty เป็นหลานสาวสีส้มที่เกิดจาก พ่อสีส้มและแม่สามสี 


Bunty of Giant Tiger 🦁🦁

Dad :  WCF Master ICH. Bobby of Gaint Tiger , MCO d 03 
Mom: Ariel Family Stars ,MCO f 03 

Read More  
1 min read
ประโยชน์ของ microchip  และ รีวิว ฝังไมโครชิฟ แบบละเอียด

ประโยชน์ของ microchip และ รีวิว ฝังไมโครชิฟ แบบละเอียด

แมวที่ผ่านการประกวดและได้ตำแหน่งแชมป์นั้นจะถูกตรวจสอบมาตราฐานตามหลักเกณฑ์การตัดสินที่อ้างอิงหลักพื้นฐานกับ Breed Standard ของแต่ละสายพันธุ์ของแต่ละสมาคม ตลอดจนดูภาพรวมของแมวแต่ละตัวแล้วว่าเหมาะสมจะเป็นพ่อพันธ์แม่พันธ์ที่ดีได้

เนื่องจากประเด็นน้องเจ้าสัวที่โดนกู้ภัยจับปล่อยป่า จนน้องเสียชีวิต  ทางฟาร์มแมว tigercooncat รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก  และจากเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้ทางภาครัฐหันมาตระหนักถึงสวัสดิภาพของสัตว์ให้มากกว่านี้  โดยการส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง ทางออกที่ไม่ยากเกินไปในตอนนี้ที่พอจะเห็นทางคือการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องฝัง Microchip เพื่อบันทึกประวัติของสัตว์เลี้ยง   ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของ  Microchip ให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย   ส่วนทางฟาร์มของเราก็เล็งเห็นความสำคัญในการบันทึกประวัติของสัตว์เลี้ยง โดยลูกแมวที่ออกจากฟาร์มของเราไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2563  ทุกตัว จะได้รับการฝัง Microchip ระบุตัวตนทุกตัว และเพื่อเป็นความรู้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือน้องแมวที่สนใจจะนำแมวไปฝัง Microchip     จึงอยากเล่าเรื่องราวและประโยชน์ของ Microchip รวมถึงรีวิวขั้นตอนการฝัง Microchip ให้ได้อ่านกันอย่างละเอียดทุกขั้นตอนค่ะ 


Microchipคืออะไร  ทำไมต้องฝัง Microchip ให้แมว เรามีคำตอบมาให้


Microchip (Microchip) เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กมาก บรรจุอยู่ในครอบแก้วซึ่งผ่านการทดลองและใช้ในตัวสัตว์จริงทั่วโลกจนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของร่างกายสัตว์ โดยMicrochipจะถูกกำหนดหมายเลขไว้ภายในจากโรงงานผู้ผลิต เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเลขนั้นๆได้ การอ่านหมายเลขต้องใช้ เครื่องอ่านรหัส Microchip (Microchip Reader) เป็นตัวแสดงผล การติดตั้ง Microchipจะทำโดยใช้เข็มที่ปลอดเชื้อแล้วโดยการฆ่าเชื้อโดยก๊าซ Ethylene Oxide ฉีดMicrochipที่มีขนาดเล็กประมาณเม็ดข้าว เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลังของลูกแมว 


 ประโยชน์ของ Microchip

1. ช่วยในการขึ้นทะเบียนให้กับแมว   หลังจากแมวของเราได้รับการติดตั้ง Microchipเรียบร้อย สัตวแพทย์ผู้ทำการติดตั้งจะนำเลขMicrochipไปบันทึกในเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของสัตว์เลี้ยงของเราอยู่ในระบบฐานข้อมูล  ในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง มีกฎหมายบังคับให้ผู้เลี้ยงแมวทุกคนต้องขึ้นทะเบียนแมวของตน มีการกำหนดให้ทำวัคซีนโรคพิษสุยัขบ้ากับแมวที่จดทะเบียนไว้ทุกตัว ข้อดีที่เกิดขึ้น คือสามารถที่จะกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศได้ รวมถึงการจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันของคนกับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

2.  การนำแมวเดินทางระหว่างประเทศ
หลายๆประเทศเช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในยุโรป มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่า สัตว์เลี้ยงที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ต้องได้รับการฝังMicrochipให้เรียบร้อยแมวนำเข้าทุกตัวที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทุกตัวก็เช่นกันนะคะ จะได้รับการฝัง Microchip มาแล้ว เช่นเดียวกับประเทศไทย ปัจจุบันก็เริ่มมีการใช้กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่จะต้องการเดินทางออกนอกประเทศ ต้องได้รับการฝังMicrochip และทำวัคซีนพิษแมวบ้าอย่างน้อยหนึ่งเข็ม ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแต่ไม่เกิน 1 ปีก่อนเดินทาง
3. กรณีแมวหายหรือถูกขโมย ในกรณีสัตว์เลี้ยงซึ่งได้รับการติด Microchip บังเอิญหลุดออกไปจากบ้าน แม้ว่าตัว Microchip จะไม่สามารถระบุตำแหน่งได้เหจจุบันก็ยังไม่มีอุปกรณ์ที่ทำได้ โดยมีขนาดเล็กฝังติดไปกับตัวสัตว์)  แต่หากมีผู้ไปพบเจอ รับอุปการะไว้และนำมาให้ศูนย์ติดตั้ง Microchip ที่มีอยู่ตรวจสอบเลขหมาย หรือหน่วยงานของกทม. พบเข้า ก็สามารถที่จะทราบเลขประจำตัว และสามารถตรวจสอบหาเจ้าของได้จากฐานข้อมูลที่เก็บบันทึกไว้ สัตว์เลี้ยงก็จะถูกนำส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย  เป็นเรื่องที่น่าเสียดายในประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายบังคับใช้ และก็ไม่มีการรณรงค์ให้ความรู้ดังนั้นประโยชน์ในด้านนี้มีน้อยมาก


4. ช่วยตรวจสอบให้การซื้อขายแมวไม่ผิดตัว 
Microchipจะทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นอย่างสบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ทำให้ผู้ขายเกิดความน่าเชื่อถือเพราะช่วยยืนยันความถูกต้องของแมว ผู้ซื้อเองก็สบายใจว่าได้สัตว์เลี้ยงตัวเดียวกับตอนจองจากการตรวจสอบกับรหัส Microchip  ในส่วนของผู้ขาย หากแมวที่ลูกค้าซื้อไป ได้รางวัลจากการประกวดต่างๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าซื้อมาจากท่านแน่ๆ ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ชื้อ การมี Microchipในแมวจะเสมือนหนึ่งความรับผิดชอบของผู้ขายต่อแมวตัวนั้นๆทีเดียว 
5. เป็นข้อบังคับในการประกวดแมว  ในการประกวดสัตว์เลี้ยงระดับสากลหลายรายการ มีการกำหนดอย่างชัดเจนให้สัตว์เลี้ยงที่เข้าประกวดต้องได้รับการฝังMicrochip เหตุผลหนึ่ง คือ เพื่อเป็นการระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันปัญหา ที่เกิดจากการสลับตัวกัน เช่น ลงทะเบียนไว้ตัวหนึ่ง แต่แอบนำอีกตัวนึงมาประกวดแทน  


6. เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์  การทำ Microchip ในพ่อแม่พันธุ์แมว  รวมถึงผลิตผลในรุ่นต่อๆมา จะทำให้เกิดความแน่นอนในการยืนยันสายพันธุ์ และในกรณีที่มีการถ่ายทอดกันมาหลาย ๆ รุ่น ก็ยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้


...ประโยชน์ของMicrochipหลักๆก็มีประมาณนี้ค่ะ 


ขั้นตอนการฝังMicrochipก็ไม่ยากนะคะ เด็กๆที่บ้านจะใช้บริการที่โรงพยาบาลสัตว์พนาลัยค่ะ ใกล้บ้านและค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไปค่ะ  


คุณหมอจะมีซอง Microchip มาให้เราเลือกเลขนะคะ รหัสMicrochipที่ได้มาตราฐาน ISO และ ICAR ซึ่งกทม. ยอมรับให้ใช้ในการขึ้นทะเบียนแมวได้ นั้นต้องเป็นMicrochip 15 หลัก ที่ขึ้นต้นด้วย 9 เท่านั้น และ Microchipที่ได้มาตราฐานต้องบรรจุในเข็มที่ยาอยู่ในซองที่อบฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส Ethylene Oxide แล้ว ดังนั้นถ้ามาในรูปนี้ มั่นใจได้ว่า เมื่อทำการฝังMicrochipไปจะไม่มีการติดเชื้อที่แผล



คุณหมอเอาเครื่อง Reader หรือเครื่องอ่านรหัสMicrochip มาทำรสแกนเข็มที่บรรจุMicrochipเพื่อเช็กก่อนว่าในเข็มได้บรรจุMicrochipไว้แล้ว จะได้ไม่เจ็บตัวโดนเข็มจิ้มฟรีๆ และเพื่อทำการตรวจสอบรหัสของMicrochipที่ สติ๊กเกอร์ข้างซองว่า ตรงกับเลขที่ขึ้นบนเครื่อง Reader หรือไม่
เอาเลขที่ขึ้นบนหน้าจอเครื่อง Reader มาตรวจสอบ ถ้าตรงก็ดำเนินการต่อได้  และ ก่อนทำการฝังMicrochip ต้องทำการสแกนหาที่ตัวแมวก่อนว่าเคยได้รับการฝังMicrochipแล้วหรือยัง ถ้าไม่เคยจะขึ้นว่า not found นะคะ 



ทำการฝังMicrochip โดยการใช้เข็มที่บรรจุMicrochipทำการฉีดเข้าไปที่ชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณระหว่างหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเป็นมาตราฐานสากล การที่จะ แทงเข็มบรรจุMicrochipเข้าไป ต้องทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะฉีดด้วย Alcohol 70 % ก่อนทุกครั้ง

จากนั้นก็ทำการ สแกนหา Microchip ที่ตัวแมวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าMicrochipได้เข้าไปอยู่ที่ชั้นใต้ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว ต้องมีเลขขึ้น

 
ส่วนค่าใช้จ่ายก็ 550 -650 บาทต่อตัวนะคะ แต่ครั้งนี้เสีย 650 บาทค่ะ แต่ระยะหลังๆที่ไปฝัง จะเสียเพียง 550 บาท ยังไงสอบถามค่าใช้จ่ายกับโรงพยาบาโดยตรงนะคะ  และสิ่งที่เราจะได้รับกลับมาจากโรงพยาบาลคือเอกสารใบรับรองMicrochip ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีการเก็บประวัติของแมวที่มาฝัง Microchipไว้ที่โรงพยาบาล แต่จะยังไม่ทำการลงทะเบียนในระบบให้ซึ่งเจ้าของจะต้องนำเอกสารได้ที่ได้จากโรงพยาบาลที่มี Barcode 15 หลักไปลงทะเบียนในเว็บไซด์ ด้านล่างนี้แล้วทำตามขั้นตอนได้เลยค่ะ 




ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้น่าจะพอเป็นประโยชน์กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่สนใจจะนำแมวของท่าน ไปรับการฝังMicrochip นะคะ 

หากชอบบทความของเรากด like ให้เป็นกำลังใจแม่แมวด้วยนะคะ ถ้าอยากให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆก็อนุญาตให้แชร์ต่อได้เลยนะคะ  และฝากติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงแมวเมนคูน และการดูแลแมวของฟาร์มเราได้ที่เพจ tigercooncat maine coon นะคะ และฝาก website : tigercooncat.com ของฟาร์มเราด้วยนะคะ  
 
ขอบคุณสำหรับการติดตาม Tigercooncat Maine coon ค่ะ
Read More  
1 min read