แนะนำอาหาร และ วิตามินบำรุงต่างๆ (Food and Supplementary)


สูตรBARFสำหรับแมว

สูตรBARFสำหรับแมว

แมวเมนคูนถือเป็นแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นการที่จะดูแลด้านโภชนาการให้กับแมวเมนคูนนั้น จำเป็นต้องให้อาหารที่โปรตีนสูงเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้สำพันธ์กับโครงสร้าง เพื่อให้เจริญเติบโตเต็มวัยได้อย่างสมบูรณ์ดังนั้นอาหารที่ตอบโจทย์เมนคูนคือ BARF นะคะ สำหรับท่านที่สะดวกการทำไม่ยาก แต่สำหรับบางท่านที่ไม่สะดวกสามารถให้เสริมเป็นบางมื้อได้ค่ะ

แมวเมนคูนถือเป็นแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นการที่จะดูแลด้านโภชนาการให้กับแมวเมนคูนนั้น จำเป็นต้องให้อาหารที่โปรตีนสูงเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้สำพันธ์กับโครงสร้าง เพื่อให้เจริญเติบโตเต็มวัยได้อย่างสมบูรณ์ดังนั้นอาหารที่ตอบโจทย์เมนคูนคือ BARF นะคะ สำหรับท่านที่สะดวกการทำไม่ยาก แต่สำหรับบางท่านที่ไม่สะดวกสามารถให้เสริมได้ค่ะ

สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรที่คัดลอกมาจากเพจ BARFThailand นะคะ สามารถนำมาประยุกต์กับน้องแมวของเราได้เลย

สูตรที่แอดมินให้ เป็นสูตรของDr.Ian Billinghurst สัตวแพทย์ชาวออสเตรเลีย ผู้ริเริ่มการให้อาหารแนวBARFกับ น้องแมวและน้องหมา และท่านก็มีประสบกาณ์ในการให้อาหารแนวBARFมากว่า 40 ปีค่ะ

สูตรที่ให้นี้เป็นเพียงแค่ Guidelineให้นะคะ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนสูตรได้เสมอ เพราะน้องแมวแต่ละตัวมีความต้องการสารอาหารต่างกัน มี lifestyles ต่างกัน วัยต่างกัน น้ำหนักต่างกัน ภาวะสุขภาพก็ต่างกัน หากน้องแมวต้องการสารอาหารชนิดใดเป็นพิเศษ หรือมีปัญหาสุขภาพ เราสามารถปรับเปลี่ยนสูตรได้ตามความเหมาะสมนะคะ

“Observation is the key for all decisions” -การเฝ้าสังเกตเป็นกุญแจของการตัดสินใจค่ะ

อีกข้อหนึ่งที่แอดมินอยากเตือนเจ้าของน้องเหมียวค่ะ แต่เป็นเพียงแค่คำเตือนนะคะ อย่าเพิ่งกังวลค่ะ น้องแมวที่หย่านม และเริ่มกินBARFเลยจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และง่ายที่สุดค่ะ แต่หากน้องคุ้นกับอาหาร Processed Food มาก่อน การปรับเปลี่ยนเป็นBARFเราอาจต้องใช้ความพยายามและความอดทนหน่อยนะคะ เพราะน้องแมวจะจู้จี้ และช่างเลือกกว่าน้องหมาค่ะ และ น้องจะเบื่อง่ายมาก อยู่อยู่อาจไม่อยากกินอาหารขึ้นมาเฉยเฉย ซึ่งเป็นปกติของน้องค่ะ

ในกรณีที่น้องแมวกินอาหารเม็ดมาก่อนจะเปลี่ยนแบบหักดิบเลยก็ได้ค่ะ คือรอให้น้องหิวจัด(แต่ไม่ควรให้น้องอดอาหารนะคะ) และให้น้องกินBARFและเราควรเริ่ม ทำเมนูที่เรียบง่าย ไม่ใส่ส่วนผสมเสริมอื่น ยกเว้น yogurt รสธรรมชาติ และ อาจแบ่งให้เป็นมื้อเล็กเล็ก สัก 3 มื้อนะคะ แต่ถ้าน้องไม่กิน และ ยืนยันว่าไม่กินแม้หิว เราก็ควรเริ่มปรับเปลี่ยนอาหารอย่างช้าช้า ค่ะ ยอมให้น้องกินอาหารที่คุ้นเคยไปก่อน และค่อยใส่BARFลงไปให้ทีละนิดหน่อย จนน้องชินและกินBARFได้ทั้งมื้อนะคะ

มาดูสูตรกันเลยค่ะ:

- กระดูกติดเนื้อดิบสับ 70-75%

 - ครื่องในดิบสับ 15-20% 

- ส่วนผสมเสริมอื่นๆ(additives) 10% 

- ผักผลไม้ปั่นละเอียด 0-5% ค่ะ

การเลือกซื้อวัตถุดิบควรพิถีพิถัน เลือกวัตถุดิบที่สด สะอาด จากแหล่งที่เชื่อถือได้ นะคะ

เรามาดูในรายละเอียดกันค่ะ:

- กระดูกติดเนื้อดิบสับ 70-75%จะเป็นปีกไก่ คอไก่ น่องไก่ โครงไก่ ซี่โครงหมูอ่อน โครงปลาแซลมอน หรือ ปลาเล็กดิบทั้งตัว สับ หรือ อื่นอื่นที่เราหาได้ ค่ะ แต่อย่าให้กระดูกแข็งเกิน และเรา กะดูด้วยสายตาว่า อัตราส่วนของ กระดูกติดเนื้อดิบ ต่อ เนื้อที่ติดกระดูกมานั้นควรมีประมาณ 1 ต่อ 2 ค่ะ (1:2)

ในช่วงแรกพวกกระดูกติดเนื้อดิบควรสับให้น้องทานก่อนนะคะ และสังเกตุดูว่าน้องกินไหม พอน้องเริ่มชิน เราก็อาจลองให้แทะปีกไก่ดู แต่เราต้องคอยเฝ้าดูเสมอนะคะ

-  เครื่องในดิบสับ 15-20%ก็แล้วแต่เราเช่นกันค่ะ(แต่ห้ามให้ลำไส้นะคะ) ถ้าสะดวกให้ไก่ ก็อาจให้ตับไก่สับผสมกับหัวใจไก่สับ(ในสัดส่วนเท่ากัน) หรือจะเป็นตับวัว หัวใจวัว หัวใจหมู ตับหมู ไตหมู (หัวใจมีกรดอมิโนTaurine มาก ซึ่งเป็นกรดอมิโนจำเป็นที่น้องแมวต้องได้รับค่ะ) หรืออาจจะเลือกให้เป็นปลาทูดิบทั้งตัว สับไปทั้งตัวเลยนะคะ น้องก็ได้กินเครื่องใน ด้วย ได้กินตา กินส่วนสมองของปลา อย่าให้ปลาใหญ่กับน้องนะคะเพราะเนื้อปลาใหญ่มีสารพิษสะสมเยอะค่ะ  และเราอาจเสริมด้วยไข่ไก่ดิบ ไข่ไก่ดิบจัดว่าเป็นอาหารที่เกือบสมบูรณ์ มีค่า biological value = 100 นั่นหมายความว่า เมื่อกินเข้าไป ร่างกายน้องนำไปใช้ได้หมด ดูดซึมได้หมดนะคะ ให้ไข่ดิบทั้งฟอง ผสมในลงในส่วนผสมอื่นของBARFเลยค่ะ เลือกใช้ไข่Organicจะดีมากค่ะ(ส่วนเปลือกไข่ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน แต่ค่อยให้ทีหลังดีกว่า ค่ะ) รอให้น้องชินกับBARFก่อนนะคะ

-  ส่วนผสมเสริม(additives) 10%จะให้เป็น น้ำผึ้งแท้,ไข่ไก่ดิบ,น้ำมันมะพร้าวแบบคั้นเย็น ผงขมิ้นชัน ,Cod liver oil(แต่อย่าให้บ่อยค่ะ เพราะอาจมีอาการ overdose ของVitamin A และ D), yoghurt แบบจืด, นมแพะ, ชีส เช่น cottage cheese, Brewer's yeast, สาหร่ายspirulina หรือ สาหร่ายเกลียวทอง, ผงสาหร่าย, เมล็ด flaxseedบด, Apple Cider Vinegar และVitamins เช่น A, C, E และ B complex ค่ะ


เลือกให้ additives สักมื้อละอย่าง หรือสองอย่างพอ นะคะ แล้วแต่เราสะดวกค่ะ แต่ในช่วงปรับเปลี่ยนอาหาร แอดมินขอแนะนำ yogurt นะคะเพราะมีprobiotics  ช่วยระบบย่อยของน้องค่ะ พอน้องเริ่มปรับตัวได้ดี เราอาจค่อยๆเพิ่มadditivesอื่นที่ต้องการเข้าไปค่ะ

-  ผัก(ใบเขียว)และผลไม้ปั่นละเอียด 0-5%ล้างให้สะอาดและต้องปั่นให้ละเอียดนะคะ(ปั่นโดยใช้สปีดเครื่องปั่นแรงสุด) และนำไปคลุกในอาหารBARFได้เลยค่ะ

ผักที่ไม่ควรให้คือ หัวหอม และผักที่ไม่ควรให้บ่อย คือ ผักตระกูลกระหล่ำปลีค่ะ
ควรสลับสับเปลี่ยนกันไปนะคะ ให้กินผักผลไม้หลากหลายชนิด แล้วแต่เราจะหาซื้อได้ค่ะ ส่วนผลไม้เราสามารถปั่นรวมลงไปในผักได้เลยค่ะ ถ้ามีเมล็ดเอาเมล็ดออกนะคะ ผลไม้ต้องห้ามคือ องุ่น และ ลูกเกด ค่ะ

-  หัวใจของอาหารแนวBARF คือ1)ให้กระดูกติดเนื้อดิบเป็นส่วนผสมหลักของมื้ออาหาร2)พยายามใช้วัตถุดิบที่หลากหลายค่ะ การให้อาหารประเภทเดียวซ้ำซ้ำ จะนำน้องไปสู่ปัญหาการขาดสารอาหารและโรคภัยไข้เจ็บค่ะ

- ห้าม!!ให้กระดูกสุกแก่น้องแมวเด็ดขาดค่ะ เพรากระดูกสุก แข็ง เปราะ แตกง่าย น้องกินเข้าไปอาจติดคอน้อง ทิ่มเหงือก อุดตันลำไส้ หรือระบบขับถ่ายค่ะ อันตรายมากค่ะ

สำหรับน้องแมวที่มีอายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ และไม่ได้กินนมแม่ ต้องให้น้องกินนมแบบเสริมสารอาหารไปก่อนนะคะ ตามสูตรที่จะให้ด้านล่างนี้ (และพอน้องมีอายุเกิน 8 สัปดาห์แล้ว ค่อยหย่านม และ เริ่มให้BARFค่ะ)

สูตรนมเสริมสารอาหารสำหรับลูกแมวอายุต่ำกว่า 8 สัปดาห์:
- นมสด (แบบไม่พร่องไขมัน) 250 ml(หรือ 1 ถ้วย)
- ไข่แดงดิบ 2 ฟอง
- ครีม 2 ช้อนชา (ใช้วิปครีมได้ค่ะ)
- โยเกิรต์ ชนิดจืด 2 ช้อนชา (ถ้าเป็นไปได้เลือกใช้ Greek yoghurtค่ะ เพราะมีไขมันมาก มีน้ำน้อย)

ผสมส่วนผสมเหล่านี้ให้เข้ากัน และให้ลูกแมวกินแบบอุ่นๆ แบ่งเป็นมื้อเล็ก สัก 4-5 มื้อค่ะ

แอดมินขอเสริมค่ะ...

- น้ำดื่มก็ให้น้ำน้องกินชนิดเดียวกับที่เรากินค่ะ ห้ามให้น้ำประปา หรือน้ำก๊อกเด็ดขาดค่ะ

-  ชามที่ใช้ควรใช้ชามกระเบื้อง หรือชามแก้วนะคะ ชามพลาสติคเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคค่ะ(เพราะโครงสร้างพลาสติคจะมีรูเล็กมาก เรามองไม่เห็น แต่เศษอาหารเข้าไปอุดตันได้ สะสม เป็นแหล่งเชื้อโรคนะคะ)

-   พอน้องทานBARFอาจทานน้ำน้อยลง ก็ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะในอาหาร BARFมีน้ำอยู่มาก ต่างจากอาหารเม็ด และน้องจะอึแข็งขึ้น ก้อนเล็กลง และไม่เหม็นค่ะ เพราะอาหารที่กินไปดูดซึมไปใช้ได้หมดนะคะ

- เราสามารถผสมBARFทีละเยอะๆ และอาจปั้นเป็นก้อน เหมือน hamburgerและเก็บเข้าช่องฟรีสไว้ ได้ค่ะ พอน้องจะทาน ก็นำก้อนBARFใส่กล่องที่มีฝาปิดนำมาละลายในช่องตู้เย็นธรรมดา พอเริ่มละลายให้น้องกินได้เลย (หรือหากน้องชอบอาหารที่อุ่น เราอาจนำถุงอาหารBARFที่แช่ฟรีสไปแช่ในน้ำร้อนสักพัก) ไม่ควรละลายอาหารด้วยความร้อนจัดๆไม่ว่ากรณีใดใดนะคะ เพราะวิตามิน สารอาหาร และ เอนไซม์จะถูกทำลายหมดค่ะ

- ในส่วนที่เราจะเติมพวกวิตามินให้น้องก็เติมตอนที่จะให้น้องกินนะคะ ไม่ควรผสมVitamins และนำไปแช่ฟรีส เพราะมีรายงานว่า BARFเหล่านี้จะเก็บได้ไม่นานนักค่ะ

- เมื่อน้องแมวกินBARFไปพักใหญ่ อาจกินอาหารน้อยลง เป็นเพราะน้องรู้สึก Fin กับอาหาร (น้องหมาก็เช่นกันค่ะ)

- หลังจากกินBARFไปพักนึง น้องแมวบางราย*อาจมีอาการขนร่วงมากมาย หรือ มีขี้หูเยอะ(เราใช้ก้อนสำลีชุบน้ำอุ่น เช็ด นะคะ อย่าใช้ cotton bud) หรือมีมูกปนอยู่ในอึ^^

อาการนี้เป็นปกตินะคะ เป็นการ detox ตามธรรมชาติ (เช่นเดียวกับน้องหมาค่ะ) เราไม่ต้องกังวล ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สักพักน้องจะขนใหม่ที่สวยเงางาม กว่าเดิมค่ะ และทุกอย่างจะเป็นปกติค่ะ


หากมีข้อสงสัยต้องการพูดคุยเกี่ยวกับแมวสายพันธ์เมนคูนทัก line id : tigercooncat ได้เลยนะคะ ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ


แหล่งที่มาข้อมูล : Credits:
Dr.Ian Billinghurst
Photo credits:
PetMD
เพจ BARFThailand 




Read More  
1 min read
ภาวะข้อเสื่อมในแมวเมนคุน

ภาวะข้อเสื่อมในแมวเมนคุน

ภาวะข้อเสื่อมเป็นภาวะนึงที่ต้องพึงระวังในสำหรับแมวเมนคูนซึ่งมีโครงสร้างขนาดใหญ่


สำหรับแมว ที่มีลักษณะตามพันธ์ุที่ค่อนข้างใหญ่ เช่น Maincoon, ซาวานา, แร็กดอลล์, ไซบีเรียน, แมวป่านอร์เวย์ หรือแมวเบงกอล  เนื่องจากมีโครงสร้างขนาดใหญ่  ทำให้ข้อต่อจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการ เดิน กระโดด หรือวิ่งออกกำลังกาย


โดยปกติแมวเหล่านี้จะสามารถพบภาวะข้อเสื่อมได้ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่โดยธรรมชาติของแมวอาการเจ็บป่วยเหล่านี้จะเป็นการแสดงอาการเงียบหรือไม่แสดงอาการ เช่น ไม่กระโดดขึ้นที่สูง อารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการของโรคอื่นเช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (Hypertrophic cardiomyopathy) ข้อเสื่อม (arthritis) หรือ กระดูกก้นกบเสื่อม (degenarative lumbosacral stenosis)

แต่ภัยเงียบเหล่านี้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในผู้คนส่วนใหญ่ที่มักจะเข้าใจผิดว่าน้องอายุมากขึ้น เลยอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่กระโดดเล่น หรือวิ่งเล่นเหมือนตอนเด็กๆ

สำหรับวิธีป้องกันคือจะต้องเสริมคอลลาเจนให้กับน้องๆ เป็นประจำเพื่อจะช่วยป้องกันการเกิดข้อเสื่อมในอนาคต และทำให้น้องมีข้อต่อที่แข็งแรงขึ้น ลดแรงเสียดทานจากการกระโดด หรืออาการเจ็บปวดจากอุบัติเหตุต่างๆ จากการวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย และยังช่วยบำรุงเรื่องเส้นขน และผิวหนัง และที่สำคัญเพิ่ม skin resistant จะช่วยลดอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรืออาการแพ้ต่างๆอีกด้วยค่ะ  ในส่วนของที่ฟาร์มจะเสริม เป็นวิตามินยี่ห้อ NUTRIENT PLUS COLLAGEN FOR PETSคอลลาเจนสำหรับสุนัขและแมว ที่ต้องการบำรุงขน ผิวหนัง และข้อต่อ รวมถึงสร้างความแข็งแรงของกระดูกอ่อน และหลอดเลือด  วิธีรับประทานก็คือโรยในอาหารตามน้ำหนักตัวของน้องๆ เลยค่ะ ทานไม่ยากถ้าสนใจสามารถสั่งซื้อกับทางฟาร์มได้นะคะ line id : @tigercooncathotel  หรือ line id : tigercooncat ค่ะ 



ขวดเล็ก size s 8g 250 บาท

ขวดใหญ่ Size L 20g. 490 บาท 

แนะนำทานต่อเนื่องนะคะจะได้เห็นผลในระยะยาวค่ะ  



Read More  
1 min read