เจ้าแมวไง ( สาระน่ารู้เกี่ยวกับเจ้านาย)


แมวที่ประกวดได้แชมป์ หรือแมวสายเลือดแชม์เนี่ยทำไมจึงแพง

แมวที่ประกวดได้แชมป์ หรือแมวสายเลือดแชม์เนี่ยทำไมจึงแพง

แมวที่ผ่านการประกวดและได้ตำแหน่งแชมป์นั้นจะถูกตรวจสอบมาตราฐานตามหลักเกณฑ์การตัดสินที่อ้างอิงหลักพื้นฐานกับ Breed Standard ของแต่ละสายพันธุ์ของแต่ละสมาคม ตลอดจนดูภาพรวมของแมวแต่ละตัวแล้วว่าเหมาะสมจะเป็นพ่อพันธ์แม่พันธ์ที่ดีได้

แมวเมนคูนที่ประกวดได้แชมป์ หรือแมวเมนคูนสายเลือดแชม์เนี่ย  ที่ราคาแพง แพงคำว่าแชมป์ใช่ไหม ??

ลองหาซื้อแมวดีๆสักตัวมาเลี้ยง แล้วลงประกวด ก็จะกระจ่างขึ้นเรื่อยๆค่ะ ว่าทำไมแมวแชมป์จึงมีราคาแพง

แมวที่ผ่านการประกวดและได้ตำแหน่งแชมป์นั้นจะถูกตรวจสอบมาตราฐานตามหลักเกณฑ์การตัดสินที่อ้างอิงหลักพื้นฐานกับ Breed Standard ของแต่ละสายพันธุ์ของแต่ละสมาคม ตลอดจนดูภาพรวมของแมวแต่ละตัวแล้วว่าเหมาะสมจะเป็นพ่อพันธ์แม่พันธ์ที่ดีได้

ดังนั้นสายเลือดแชมป์ นั่นคือ Genotype ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วโดยผ่านการคัดเลือกจากรรมการ และกว่าที่แต่ละตัวจะเข้าประกวดเพื่อขึ้นตำแหน่งแชมป์ได้ แมวตัวนั้นจะต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างจากแมวปกติทั่วไป ทั้งอาหารการกิน อุณหภูมิ การดูแลเส้นขน สรุปคือต้อทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และแรงเงินมากพอสมควร

แมวบ้านทั่วๆไปก็ประกวดแบบ Household ได้ค่ะ แต่ที่เค้าประกวดตามสายพันธ์ เพราะว่าสมาคมแมวเหล่านี้เค้าตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาสายพันธ์ของแมวเอาไว้ ไม่ให้เอาแมวที่ผสมมั่วสายเลือดมา เพราะจะทำให้แมวพิการ และ รูปร่างลักษณะเพี้ยนได้ 

ดังนั้น ไม่แปลกที่แมวพันธ์สายเลือดแชมป์จากฟาร์มดีๆถึงแพงมาก

ถ้ามีข้อสงสัยต้องการพูดคุยเกี่ยวกับแมวสายพันธ์เมนคูนทัก line id : tigercooncat ได้เลยนะคะ ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ

Read More  
1 min read
มาเปลี่ยนแมวที่ไม่มีใบเพดหรือเพดไทยเป็นใบเพด WCF กันดีกว่า 😉

มาเปลี่ยนแมวที่ไม่มีใบเพดหรือเพดไทยเป็นใบเพด WCF กันดีกว่า 😉

แมวที่ไม่มีใบเพดดีกรี หรือ แมวที่มีใบเพดไทย สามารถลงสมัคร Novice Class เพื่อให้ทางสมาคม WCF ออกใบรับรองสายพันธ์ให้ได้

ตามคำเรียกร้องนะคะ สำหรับขั้นตอนการเปลี่ยนแมวไม่มีใบเพดหรือเพดไทยเป็นใบเพด WCF 

สำหรับแมวที่ไม่มีใบเพดดีกรี หรือ แมวที่มีใบเพดไทย สามารถลงสมัคร Novice Class เพื่อให้ทางสมาคม WCF ออกใบเพ็ดดีกรีให้ได้

 ขั้นตอนง่าย ๆ 

- ติดตามสมาคม WCF ว่ามีการจัดงานประกวดเมื่อไร ในไทยจะมี2 clubภายใต้สมาคม WCF  คือ ARC &BCT แต่ละคลับจะจัดงาน 2-3 ครั้งต่อปี

ลิ้งค์เพจ WCF by BCT https://m.facebook.com/bct
ลิ้งค์เพจ WCF by ARC https://www.facebook.com/wcfthailandbyarc/
       

- เมื่อมีการประกวดก็ให้สมัครได้เลยค่ะค่าสมัครของ2 คลับไม่เท่ากันนะคะเลือกเอาตามสะดวก

- แมวที่จะนำไป verified ต้องมั่นใจว่าน้องแมวมีลักษณตรงตามมาตราฐานสายพันธ์ ้ เนื่องจากถ้า verified ไม่ผ่านจะไม่ได้เงินคืนนะคะ นอกจากรูปร่างและลักษณะตรงตามมาตราฐานแล้ว เบื้องต้นก่อนนำแมวไปverify ให้เช็คแมวของตัวเองดังนี้ เพราะถ้ากรรมการตรวจพบ 3 ข้อนี้ก็โดนปรับตก หรือ disquailify กันเลยค่ะ

1. ปลายหางสำคัญมากต้องเหยียดตรง ห้ามงอ แข็ง หรือคดที่ปลายหรือส่วนใดส่วนหนึง เพราะโดนรูดทุกกรรมการแน่ๆ ส่วนมากถ้าติดข้อนี้จะไม่ผ่านการ verify นะคะ

2. ถ้าเพศผู้จะตัองมีไข่ครบ 2 ใบกรณีทองแดงจะโดนตัดสิทธิทันที

3 .แมวที่ฟันล่างครอบฟันบน หรือ  Undershot Jaw ทำให้สบกันไม่ดี กรามล่างและกรามบนมีระยะห่าง #ปรับตกจ้า 

#ฟันแมว นี่เรื่องใหญ่นะคะ ตามหลักของ WCF หรือ world cat federation ฟันแมวที่ปกติ สุขภาพดีเหมาะต่อการเป็นพ่อแม่พันธุ์หรือส่งเข้าประกวดจะต้องสบกับพอดี ไม่เหยินห่างกันเกิน 2 มิลลิเมตร 

- แมวที่ฟันล่างครอบฟันบน หรือ  Undershot Jaw ทำให้สบกันไม่ดี กรามล่างและกรามบนมีระยะห่าง #ปรับตกจ้า

- แมวที่ฟันบนครอบฟันล่าง หรือ Overshot Jaw จะทำให้เกิด #weak_chin คางไม่แข็งแรงเสียคะแนนถ้าห่างกันเกินกว่า 2 มิลลิเมตรก็ต้องแล้วแต่กรรมการพิจารณาไป อาจจะผ่านรอบแชมป์ได้แต่ไปไกลกว่านั้นไม่ได้แน่นอน

 - ***แมวที่อายุตำ่กว่า 6 เดือนเราอาจจะยังไม่เห็นฟันผิดปกติที่แน่ชัด เพราะว่าฟันแท้ยังขึ้นไม่ครบ ถ้าให้แน่ชัดคือหลัง 6 เดือนไปแล้วค่ะ***

ในส่วน disquatilfiy 3 ข้อนี้คัดลอกจากเพจ WCF by ARC  มาเลยนะคะ

 ดังนั้นถ้ากรรมการตรวจพบ 3จุดนี้โดนปรับตกแน่ๆค่ะ จะเสียเงินฟรี แนะนำว่าไม่ควรไปแต่ถ้าอยากลองเอาประสบการณ์ก็ได้เลยค่ะ  ถ้าผ่าน 3 ข้อนี้มาได้กรรมการจะตรวจโดยรวมโดยมากจะผ่านนะคะแต่ก็ควรมีการเตรียมแมวเล็กน้อยเรื่องการ grooming , สุขภาพโดยรวมไม่ควรดูป่วยหรือขี้โรค มีคราบน้ำตา น้ำมูกไปให้กรรมการตรวจจะไม่ผ่านเอานะคะ

- ถ้าแมวเราผ่านการ verified กรรมการจะเขียน excellent 1 บนใบ comment ให้เรา และจะมีโบว์เล็กๆ ให้เรา1 โบว์เป็นกำลังใจให้เราเอาไปถ่ายรูปสวยๆ โชว์บน Social ส่วนใบcomment ทางสมาคมจะแจกให้เราหลังจบงาน หรืออาจจะส่งตามไปที่บ้านวันหลังพร้อมใบ cer ว่าเราผ่านการ verified มาแล้ว แต่ถึงจะไม่ผ่านก็ได้เหมือนกันค่ะ ในใบcomment จะเขียนcomment แมวเราทั้งข้อดีข้อเสีย แต่มักอ่านไม่ออกเพราะเป็นลายมือแพทย์ ไม่ใช่แพทย์ธรรมดาแต่เป็นแพทย์ฝรั่งด้วย

- หลังจากเราได้ใบcertificated แล้วจงเอาไปออกใบเพ็ดกับคลับที่เราไป ver มา แต่จริงๆไปคลับไหนก็ได้ แต่ver ที่ไหนก็ไปจดที่นั่นจะดีที่สุดค่ะเพื่อความสะดวก แต่ทั้งนี้ในการจะจดใบเพ็ดจะมีค่าใช้จ่ายในการจดใบเพ็ด 700 / 900 ฿  

- และในกรณีที่เราเรามีใบเพ็ดไทยที่มีการระบุบรรพบุรุษ3 รุ่นสามารถนำมาออกเป็นใบเพ็ด WCF ได้เลยค่ะไม่ต้องนำแมวมา verified มีค่าใช้จ่ายแค่ค่าจดใบเพ็ด + ค่าจดฟารม

- ใบเพ็ดที่ออกมาจะแสดงแค่แมวตัวที่มา Verified นะคะไม่มีการแสดงบรรพบุรุษถือเป็นใบเพ็ด Gen 1

แต่ความเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าจะให้ดีควรจะเลือกแมวที่มีใบเพ็ดที่แสดงบรรพบุรุษมาอย่างนี้ 4 รุ่นแต่แรกมาเลยจะดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา verified เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายรวมๆ แล้วสามารถซื้อแมวที่มีเพ็ดดีกรีได้เลย และที่สำคัญในการนำแมวมาเป็นพ่อพันธ์แม่พันธ์อาจจะต้องมีการดูสายว่ามาจากที่ไหนเพื่อช่วยพยากรณ์รูปร่าง สี ของลูกแมวที่จะเกิดมาได้อย่างแม่นยำ รวมถึงป้องกันการเกิดเลือดชิดด้วยค่ะ

ถ้ามีข้อสงสัยต้องการพูดคุยเกี่ยวกับแมวสายพันธ์เมนคูนทัก line id : tigercooncat ได้เลยนะคะ ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ


แหล่งที่มาข้อมูล :   https://www.facebook.com/wcfthailandbyarc/
                                https://m.facebook.com/BCT


Read More  
1 min read
คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร? ใบเพ็ดดีกรีนอก คือ ใบเพ็ดดีกรีที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) ที่มีมาตรฐานสากล

คำว่า “ใบเพ็ดนอก” คืออะไร?

ใบเพ็ดดีกรีนอก คือ ใบเพ็ดดีกรีที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) ที่มีมาตรฐานสากล

คำถามต่อมา ... อะไรคือ มาตรฐานสากล?

ในโลกใบนี้ ในแต่ละประเทศมีองค์กรแมวหลากหลายองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับแมว ซึ่งแต่ละองค์กรก็จะมีประวัติการก่อตั้งและข้อกำหนดของตัวเองแตกต่างกันออกไป แต่การจะได้รับการยอมรับว่าองค์กรมีมาตรฐานสากลนั้น องค์กรนั้นๆจะต้องเป็นสมาชิกหน่วยงานที่มีชื่อว่า World Cat Congress (WCC)

WCC คือ องค์กรที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อสร้างและรักษามาตรฐานในการเลี้ยงแมว ขยายพันธุ์แมว และประกวดแมว โดยมีหน้าที่คอยประสานและควบคุมแต่ละองค์กรแมว ให้ทำงานด้วยมาตรฐานเดียวกัน (กฎระเบียบอาจต่างกัน แต่ต้องมาตรฐานเดียวกัน) มีสมาชิกอยู่ 9 องค์กร ได้แก่

1.  ACF - Australian Cat Federation, Australia

2. CCC of A - Co-Ordinating Cat Council of Australia, Australia

3.  CFA - Cat Fanciers' Association, USA

4.  FIFe - Fédération Internationale Féline, France

5. GCCF - Governing Council of the Cat Fancy, UK

6. NZCF - New Zealand Cat Fancy, New Zealand

7.SACC - Southern African Cat Council, South Africa

8.TICA - The International Cat Association, USA

9. WCF - World Cat Federation, Germany


ดังนั้น มาตรฐานสากล คือ มาตรฐานการเลี้ยงแมว ขยายพันธุ์แมว และประกวดแมว ที่ 9 องค์กรตามชื่อข้างบนนี้ ยึดถือปฏิบัติ และใบเพ็ดที่ออกโดยองค์กรแมว (หรือหน่วยงานขององค์กรแมว) จาก 9 องค์กรตามชื่อข้างบนนี้ เรามักเรียกกันสั้นๆว่า “ใบเพ็ดนอก”

Read More  
1 min read
แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

“แมวบางพันธุ์ก็มีตาสองสีแบบสมบูรณ์ เช่น แมวพันธุ์ Turkish angora, Japanese bobtail และ Turkish van ลักษณะ heterochromia จะพบมากในแมวสีขาว หรือแมวสีอะไรก็ตามที่มียีนส์สีขาว สำหรับแมวเมนคูนนั้นก็สามารถเกิดตาสองสีได้เช่นกัน ปัจจุบันฟาร์มแมวเมนคูนตาสองสีที่ไม่ใช่แมวขาวล้วนในไทย ที่สามารถเพาะพันธ์ได้เองในไทยมีเพียงฟาร์มเดียวคือฟาร์ม Issycozy ซึ่งในปัจจุบันฟาร์มได้ปิดแล้ว

แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร...

เมื่อเรานึกถึง ‘ตาแมว’ เราก็มักจะนึกภาพตาสีเขียว ฟ้า หรือเหลืองอำพัน นานๆ ทีถึงจะเจอแมวตาสองสี ในคนเองก็มีลักษณะตาแมวเหมือนกัน เนื่องจากมนุษย์มีสีตาที่แตกต่างกัน แมวที่มีตาสองสีจะให้ความงามที่ดูแปลกตา

ว่าแต่... แมวตาสองสีคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ? ลักษณะตาสองสีนี้เรียกว่า asheterochromia iridis เป็นภาษากรีก ซึ่งมีความหมายว่า สีตาที่แตกต่างกัน

จำนวนเมลานิน หรือก็คือเม็ดสีที่ทำให้สีผิวของเราเข้มขึ้นเมื่อตากแดด เป็นตัวกำหนดสีตาของคนและแมว แมวบางตัวมียีนจุดสีขาว หรือยีนสีขาวซึ่งจะทำให้เกิดลักษณะ heterochromia ของสีตา

ลูกแมวทุกตัวตอนแรกเกิดจะมีตาสีฟ้า เมื่อลูกแมวเริ่มโตจนอายุราวๆ 7-12 สัปดาห์ เม็ดสีก็จะเคลื่อนที่ไปยังม่านตา จากตาสีฟ้าก็จะเปลี่ยนเป็นสีตาที่แท้จริงของแมวแต่ละตัว หากว่าเม็ดสีตาไม่ได้ย้ายไปยังม่านตา แมวตัวนั้นก็จะมีตาสีฟ้า  แต่ถ้าเม็ดสีเคลื่อนที่ไปที่ตาข้างเดียว ตาข้างหนึ่งก็จะเป็นสีฟ้า ส่วนตาอีกข้างหนึ่งก็อาจจะเป็นสีเหลือง เขียว หรือน้ำตาล

ลักษณะ heterochromia ที่ไม่สมบูรณ์เกิดจากที่ตาข้างหนึ่งมีมากกว่า 1 สี ในขณะเดียวกัน ลักษณะ heterochromia จะสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อตาข้างหนึ่งมีสีแตกต่างจากตาอีกข้าง

แมวบางพันธุ์ก็มีตาสองสีแบบสมบูรณ์ เช่น แมวพันธุ์ Turkish angora, Japanese bobtail และ Turkish van ลักษณะ heterochromia จะพบมากในแมวสีขาว หรือแมวสีอะไรก็ตามที่มียีนส์สีขาว สำหรับแมวเมนคูนนั้นก็สามารถเกิดตาสองสีได้เช่นกัน  ปัจจุบันฟาร์มแมวเมนคูนตาสองสีที่ไม่ใช่แมวขาวล้วนในไทยมีเพียงฟาร์มเดียวคือฟาร์ม Issycozy ซึ่งในปัจจุบันฟาร์มได้ปิดแล้ว

แม้ว่าลักษณะ heterochromia จะไม่แสดงอาการใดๆ แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของยีนส์ การบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วย บ่อยครั้งที่แมวที่หูหนวกข้างเดียวมักจะแสดงลักษณะตาสองสี แต่อย่างไรก็ตาม แมว 60-70% ที่มีตาสองสีก็ไม่มีปัญหาด้านการได้ยินแต่อย่างใด ลักษณะ heterochromia ไม่เพียงแต่พบได้ในแมวสีขาวเท่านั้น แต่เกิดกับแมวสีอื่นๆ ด้วยที่มียีนส์นี้ แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลไป

แมวที่มีอายุมากบางตัวก็มีลักษณะ heterochromia แสดงออกมา ซึ่งอาจเกิดจากการที่เลือดหรือธาตุเหล็กไปสะสมอยู่ในช่องที่อยู่ใกล้กับตา หากว่าแมวโตเต็มวัยของคุณเปลี่ยนสีตาอย่างรวดเร็ว ให้ปรึกษากับสัตวแพทย์

ลักษณะตาสองสีของแมวไม่ได้ส่งผลต่อสัญชาตญาณการมองเห็น การกระโดด การนอนหลับ หรือการเคลื่อนไหว ลักษณะตาที่โดดเด่นนี้ทำให้แมวมองเห็นได้ชัดเจนอย่างที่เราเห็น หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ

แม้ว่าการที่ลูกแมวเปลี่ยนสีตาตอนที่เริ่มโตขึ้นเป็นเรื่องปกติ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อแมวแก่ตัวลงและเริ่มเปลี่ยนสีตาก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน หากแมวโตเปลี่ยนสีตา เราก็ควรจะนำไปตรวจกับสัตวแพทย์ทันที




เครดิต: www.petful.com  ,#MaleeAndFriends ,https://en.wikipedia.org/wiki/Heterochromia_iridum 

เครดิตรุปภาพ : ฟาร์ม Issycozy 



Read More  
1 min read
ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้แมวส้มแวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ

ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้แมวส้มแวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ

ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้ แมวสีแดง (d)แวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ สีแดง รหัสสีคือ d ในระบบมาตราฐานของสมาคม WCF ส่วนในระบบ มาตราฐานของสมาคม CFA เรียกสี Red ซึ่งจริงๆมันคือสีส้มนั่นแหละ แต่ระบบสากลเค้าเรียกสีแดง


ใครทีเป็นแฟนพันธ์แท้ แมวสีแดง (d)แวะอ่านตรงนี้หน่อยนะคะ  


สีแดง รหัสสีคือ d ในระบบมาตราฐานของสมาคม WCF  
ส่วนในระบบ มาตราฐานของสมาคม CFA เรียกสี Red ซึ่งจริงๆมันคือสีส้มนั่นแหละ แต่ระบบสากลเค้าเรียกสีแดง


สังเกตมั้ยคะแมวสีส้มส่วนมากจะเป็นตัวผู้เพราะ 👇🏻👇🏻


>> แมวสีส้มตัวผู้ เกิดจากพ่อส้มหรือแม่ส้มตัวใดตัวนึงไปมีผสมกับคู่ที่เป็นคนละสีลูกที่ออกมาถ้าเป็นสีส้มแมวสีส้มตัวนั้นจะเป็นเพศผู้เท่านั้นค่ะ  หรือ พ่อส้ม+แม่ส้มก็จะสามารถให้ลูกสีส้มที่เป็นเพศผู้ได้เช่นกันค่ะ 


>>แต่ >>  แมวสีส้มตัวเมีย จะเกิดจากการผสมระหว่างพ่อและแม่ที่มียีนส์สีแดงด้วยกันเท่านั้น ถ้าพูดเข้าใจง่ายๆคือพ่อส้ม+พ่อส้ม หรือพ่อส้ม +แม่สามสี(ส้ม ดำ ขาว) ถึงจะได้ลูกสีส้มที่เป็นตัวเมีย 


ดังนั้นแมวส้มเพศเมียจึงหายากค่ะ!!


ตัวในภาพชื่อน้อง Bunty เป็นหลานสาวสีส้มที่เกิดจาก พ่อสีส้มและแม่สามสี 


Bunty of Giant Tiger 🦁🦁

Dad :  WCF Master ICH. Bobby of Gaint Tiger , MCO d 03 
Mom: Ariel Family Stars ,MCO f 03 

Read More  
1 min read
ประโยชน์ของ microchip  และ รีวิว ฝังไมโครชิฟ แบบละเอียด

ประโยชน์ของ microchip และ รีวิว ฝังไมโครชิฟ แบบละเอียด

แมวที่ผ่านการประกวดและได้ตำแหน่งแชมป์นั้นจะถูกตรวจสอบมาตราฐานตามหลักเกณฑ์การตัดสินที่อ้างอิงหลักพื้นฐานกับ Breed Standard ของแต่ละสายพันธุ์ของแต่ละสมาคม ตลอดจนดูภาพรวมของแมวแต่ละตัวแล้วว่าเหมาะสมจะเป็นพ่อพันธ์แม่พันธ์ที่ดีได้

เนื่องจากประเด็นน้องเจ้าสัวที่โดนกู้ภัยจับปล่อยป่า จนน้องเสียชีวิต  ทางฟาร์มแมว tigercooncat รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก  และจากเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้ทางภาครัฐหันมาตระหนักถึงสวัสดิภาพของสัตว์ให้มากกว่านี้  โดยการส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง ทางออกที่ไม่ยากเกินไปในตอนนี้ที่พอจะเห็นทางคือการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องฝัง Microchip เพื่อบันทึกประวัติของสัตว์เลี้ยง   ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของ  Microchip ให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย   ส่วนทางฟาร์มของเราก็เล็งเห็นความสำคัญในการบันทึกประวัติของสัตว์เลี้ยง โดยลูกแมวที่ออกจากฟาร์มของเราไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2563  ทุกตัว จะได้รับการฝัง Microchip ระบุตัวตนทุกตัว และเพื่อเป็นความรู้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือน้องแมวที่สนใจจะนำแมวไปฝัง Microchip     จึงอยากเล่าเรื่องราวและประโยชน์ของ Microchip รวมถึงรีวิวขั้นตอนการฝัง Microchip ให้ได้อ่านกันอย่างละเอียดทุกขั้นตอนค่ะ 


Microchipคืออะไร  ทำไมต้องฝัง Microchip ให้แมว เรามีคำตอบมาให้


Microchip (Microchip) เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กมาก บรรจุอยู่ในครอบแก้วซึ่งผ่านการทดลองและใช้ในตัวสัตว์จริงทั่วโลกจนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของร่างกายสัตว์ โดยMicrochipจะถูกกำหนดหมายเลขไว้ภายในจากโรงงานผู้ผลิต เราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเลขนั้นๆได้ การอ่านหมายเลขต้องใช้ เครื่องอ่านรหัส Microchip (Microchip Reader) เป็นตัวแสดงผล การติดตั้ง Microchipจะทำโดยใช้เข็มที่ปลอดเชื้อแล้วโดยการฆ่าเชื้อโดยก๊าซ Ethylene Oxide ฉีดMicrochipที่มีขนาดเล็กประมาณเม็ดข้าว เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลังของลูกแมว 


 ประโยชน์ของ Microchip

1. ช่วยในการขึ้นทะเบียนให้กับแมว   หลังจากแมวของเราได้รับการติดตั้ง Microchipเรียบร้อย สัตวแพทย์ผู้ทำการติดตั้งจะนำเลขMicrochipไปบันทึกในเว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของสัตว์เลี้ยงของเราอยู่ในระบบฐานข้อมูล  ในบางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง มีกฎหมายบังคับให้ผู้เลี้ยงแมวทุกคนต้องขึ้นทะเบียนแมวของตน มีการกำหนดให้ทำวัคซีนโรคพิษสุยัขบ้ากับแมวที่จดทะเบียนไว้ทุกตัว ข้อดีที่เกิดขึ้น คือสามารถที่จะกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศได้ รวมถึงการจัดระเบียบการอยู่ร่วมกันของคนกับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

2.  การนำแมวเดินทางระหว่างประเทศ
หลายๆประเทศเช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในยุโรป มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่า สัตว์เลี้ยงที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ ต้องได้รับการฝังMicrochipให้เรียบร้อยแมวนำเข้าทุกตัวที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทุกตัวก็เช่นกันนะคะ จะได้รับการฝัง Microchip มาแล้ว เช่นเดียวกับประเทศไทย ปัจจุบันก็เริ่มมีการใช้กฎเรื่องสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่จะต้องการเดินทางออกนอกประเทศ ต้องได้รับการฝังMicrochip และทำวัคซีนพิษแมวบ้าอย่างน้อยหนึ่งเข็ม ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแต่ไม่เกิน 1 ปีก่อนเดินทาง
3. กรณีแมวหายหรือถูกขโมย ในกรณีสัตว์เลี้ยงซึ่งได้รับการติด Microchip บังเอิญหลุดออกไปจากบ้าน แม้ว่าตัว Microchip จะไม่สามารถระบุตำแหน่งได้เหจจุบันก็ยังไม่มีอุปกรณ์ที่ทำได้ โดยมีขนาดเล็กฝังติดไปกับตัวสัตว์)  แต่หากมีผู้ไปพบเจอ รับอุปการะไว้และนำมาให้ศูนย์ติดตั้ง Microchip ที่มีอยู่ตรวจสอบเลขหมาย หรือหน่วยงานของกทม. พบเข้า ก็สามารถที่จะทราบเลขประจำตัว และสามารถตรวจสอบหาเจ้าของได้จากฐานข้อมูลที่เก็บบันทึกไว้ สัตว์เลี้ยงก็จะถูกนำส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย  เป็นเรื่องที่น่าเสียดายในประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายบังคับใช้ และก็ไม่มีการรณรงค์ให้ความรู้ดังนั้นประโยชน์ในด้านนี้มีน้อยมาก


4. ช่วยตรวจสอบให้การซื้อขายแมวไม่ผิดตัว 
Microchipจะทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นอย่างสบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ทำให้ผู้ขายเกิดความน่าเชื่อถือเพราะช่วยยืนยันความถูกต้องของแมว ผู้ซื้อเองก็สบายใจว่าได้สัตว์เลี้ยงตัวเดียวกับตอนจองจากการตรวจสอบกับรหัส Microchip  ในส่วนของผู้ขาย หากแมวที่ลูกค้าซื้อไป ได้รางวัลจากการประกวดต่างๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าซื้อมาจากท่านแน่ๆ ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ชื้อ การมี Microchipในแมวจะเสมือนหนึ่งความรับผิดชอบของผู้ขายต่อแมวตัวนั้นๆทีเดียว 
5. เป็นข้อบังคับในการประกวดแมว  ในการประกวดสัตว์เลี้ยงระดับสากลหลายรายการ มีการกำหนดอย่างชัดเจนให้สัตว์เลี้ยงที่เข้าประกวดต้องได้รับการฝังMicrochip เหตุผลหนึ่ง คือ เพื่อเป็นการระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันปัญหา ที่เกิดจากการสลับตัวกัน เช่น ลงทะเบียนไว้ตัวหนึ่ง แต่แอบนำอีกตัวนึงมาประกวดแทน  


6. เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์  การทำ Microchip ในพ่อแม่พันธุ์แมว  รวมถึงผลิตผลในรุ่นต่อๆมา จะทำให้เกิดความแน่นอนในการยืนยันสายพันธุ์ และในกรณีที่มีการถ่ายทอดกันมาหลาย ๆ รุ่น ก็ยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้


...ประโยชน์ของMicrochipหลักๆก็มีประมาณนี้ค่ะ 


ขั้นตอนการฝังMicrochipก็ไม่ยากนะคะ เด็กๆที่บ้านจะใช้บริการที่โรงพยาบาลสัตว์พนาลัยค่ะ ใกล้บ้านและค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไปค่ะ  


คุณหมอจะมีซอง Microchip มาให้เราเลือกเลขนะคะ รหัสMicrochipที่ได้มาตราฐาน ISO และ ICAR ซึ่งกทม. ยอมรับให้ใช้ในการขึ้นทะเบียนแมวได้ นั้นต้องเป็นMicrochip 15 หลัก ที่ขึ้นต้นด้วย 9 เท่านั้น และ Microchipที่ได้มาตราฐานต้องบรรจุในเข็มที่ยาอยู่ในซองที่อบฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส Ethylene Oxide แล้ว ดังนั้นถ้ามาในรูปนี้ มั่นใจได้ว่า เมื่อทำการฝังMicrochipไปจะไม่มีการติดเชื้อที่แผล



คุณหมอเอาเครื่อง Reader หรือเครื่องอ่านรหัสMicrochip มาทำรสแกนเข็มที่บรรจุMicrochipเพื่อเช็กก่อนว่าในเข็มได้บรรจุMicrochipไว้แล้ว จะได้ไม่เจ็บตัวโดนเข็มจิ้มฟรีๆ และเพื่อทำการตรวจสอบรหัสของMicrochipที่ สติ๊กเกอร์ข้างซองว่า ตรงกับเลขที่ขึ้นบนเครื่อง Reader หรือไม่
เอาเลขที่ขึ้นบนหน้าจอเครื่อง Reader มาตรวจสอบ ถ้าตรงก็ดำเนินการต่อได้  และ ก่อนทำการฝังMicrochip ต้องทำการสแกนหาที่ตัวแมวก่อนว่าเคยได้รับการฝังMicrochipแล้วหรือยัง ถ้าไม่เคยจะขึ้นว่า not found นะคะ 



ทำการฝังMicrochip โดยการใช้เข็มที่บรรจุMicrochipทำการฉีดเข้าไปที่ชั้นใต้ผิวหนัง บริเวณระหว่างหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งเป็นมาตราฐานสากล การที่จะ แทงเข็มบรรจุMicrochipเข้าไป ต้องทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะฉีดด้วย Alcohol 70 % ก่อนทุกครั้ง

จากนั้นก็ทำการ สแกนหา Microchip ที่ตัวแมวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าMicrochipได้เข้าไปอยู่ที่ชั้นใต้ผิวหนังเรียบร้อยแล้ว ต้องมีเลขขึ้น

 
ส่วนค่าใช้จ่ายก็ 550 -650 บาทต่อตัวนะคะ แต่ครั้งนี้เสีย 650 บาทค่ะ แต่ระยะหลังๆที่ไปฝัง จะเสียเพียง 550 บาท ยังไงสอบถามค่าใช้จ่ายกับโรงพยาบาโดยตรงนะคะ  และสิ่งที่เราจะได้รับกลับมาจากโรงพยาบาลคือเอกสารใบรับรองMicrochip ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีการเก็บประวัติของแมวที่มาฝัง Microchipไว้ที่โรงพยาบาล แต่จะยังไม่ทำการลงทะเบียนในระบบให้ซึ่งเจ้าของจะต้องนำเอกสารได้ที่ได้จากโรงพยาบาลที่มี Barcode 15 หลักไปลงทะเบียนในเว็บไซด์ ด้านล่างนี้แล้วทำตามขั้นตอนได้เลยค่ะ 




ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้น่าจะพอเป็นประโยชน์กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่สนใจจะนำแมวของท่าน ไปรับการฝังMicrochip นะคะ 

หากชอบบทความของเรากด like ให้เป็นกำลังใจแม่แมวด้วยนะคะ ถ้าอยากให้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆก็อนุญาตให้แชร์ต่อได้เลยนะคะ  และฝากติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงแมวเมนคูน และการดูแลแมวของฟาร์มเราได้ที่เพจ tigercooncat maine coon นะคะ และฝาก website : tigercooncat.com ของฟาร์มเราด้วยนะคะ  
 
ขอบคุณสำหรับการติดตาม Tigercooncat Maine coon ค่ะ
Read More  
1 min read