เตรียมความพร้อมก่อนเป็น ทาสแมวเมนคูน


1 min read

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า แมวเมนคูนเป็นแมวสายพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นิสัยขี้เล่น ขี้อ้อนติดคน  กินจุ  โดยรวมแล้วการเตรียมความพร้อมในการเป็นทาสแมวเมนคูนนั้นจึงไม่ยากนัก ! มาดูข้อมูลที่เรารวบรวมมาให้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้เลี้ยงก่อนดีกว่านะคะ ตามไปดูกันเลยค่ะ


1 .ศึกษาสายพันธุ์แมว

ขอยกให้ข้อนี้เป็นอันดับ 1 เลยไม่ว่าจะเลี้ยงแมวสายพันธ์อะไรก็ตามเป็นปกติที่ก่อนจะเลี้ยงสัตว์อะไรเราควรศึกษาลักษณะ และวิธีการเลี้ยงดูแมวของสายพันธ์นั้น  ๆ หากเราจะเลี้ยงแมวแมวสายพันธ์เมนคูนสักตัว ก็ควรศึกษาทั้งลักษณะทางกายภาพ อุปนิสัยส่วนตัวว่าสามารถตอบโจทย์การเลี้ยงดู และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันเราได้ไหม และที่สำคัญที่สุดคือโรคประจำสายพันธุ์เพื่อเตรียมป้องกันและหลีกเลี้ยงให้เกิดโรคในกรณีที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จะได้เตรียมรับมือหากในอนาคตแมวที่เราเลี้ยงเกิดเป็นโรคประจำสายพันธ์


2. สถานที่เลี้ยงดู

การนำแมวเมนคูนสักตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว สิ่งที่สำคัญน่าจะหนีไม่พ้นเรื่องของที่อยู่อาศัยของผู้เลี้ยงเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะเมนคูนเป็นแมวที่ตัวใหญ่ ถึงแม้ไม่ส่งเสียงดังแต่ก็ควรมีพื้นที่ให้วิ่งเล่นทำกิจกรรมบ้าง ไม่ได้เกี่ยงว่าจะต้องอยู่ได้แต่บ้านเท่านนั้นนะคะ คอนโดก็สามารถอยู่ได้เพียงแต่ต้องมีการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมเท่านั้นเอง ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งหากเลี้ยงแมวเมนคูนแล้วต้องขังกรง


3.เตรียมอุปกรณ์ของใช้

อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ก็เป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ต้องมีก่อนรับแมวมาเลี้ยง ของใช้ทุกชิ้นที่ต้องเตรียมควรจะต้องใหญ่กว่าของแมวปกติ ทั้งภาชนะใส่อาหาร ของเล่น กล่องแมวติดผนัง  และที่สำคัญภาชนะใส่น้ำ เตรียมรับมือกับบ้านเปียกได้เลยค่า เพราะเมนคูนเป็นแมวสายพันธ์ที่ชอบเล่นน้ำ จะใช้มือในการวักน้ำเพื่อรับประทาน บางตัวถึงขั้นคว่ำชามน้ำเลยก็มี 


4.อาหาร

เรื่องของอาหารเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องเตรียมตัวก่อนนำแมวมาเลี้ยง เนื่องด้วยแมวเมนคูนเป็นแมวสายพันธ์ที่มีขนาดใหญ๋มีความต้องการสารอาหารมากกว่าสายพันธ์อื่นๆ จึงควรเลือกอาหารที่โปรตีนสูง และต้องคอยใส่ใจด้านโภชนาการของแมวให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของแมวด้วย 


5.เตรียมกายเตรียมใจ

นอกจากการเตรียมตัวที่ดีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงต้องเตรียม ก็คือ จิตใจแม้ว่าแมวเมนคูนเป็นแมวสายพันธ์ที่มีความร่าเริงและพลังงานสูงมาก อุปนิสัยจะค่อยไปทางสุนัขที่ติดเจ้าของมาก มีนิสัยค่อนข้างไปทางสุภาพอ่อนโยน  แต่ทั้งนี้แต่ละตัวก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน และอาจจะมีบางตัวที่ชอบลับเล็บ กัดข้าวของต่างๆ ภายในบ้าน ตลอดจนต้องการความรักนัวเนียเจ้าของตลอดเวลาทั้งยามหลับและยามตื่น  

6.Pet Shop หรือ โรงพยาบาลสัตว์ ใกล้บ้าน

ก่อนรับแมวทุกสายพันธ์มาเลี้ยง อาจจะเริ่มสำรวจบริเวณที่พักอาศัยของตัวเองก่อน ว่าอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสัตว์ หรือคลินิกรักษาสัตว์หรือไม่ ถ้ามีสถานพยาบาลสัตว์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ในละแวกบ้านของเราก็จะดีมากค่ะ จะได้รู้สึกโล่งใจ หากแมวของเราป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุกลางดึก จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้อย่าลืมมองหาร้าน Pet Shop เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการซื้ออาหาร และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เจ้าเหมียวได้ง่ายขึ้นค่ะ

7.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดู

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดู ลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของเขาในแต่ละช่วงวัย เช่น เขาต้องการอะไร ตอนไหน ตารางตรวจสุขภาพประจำปี โรคประจำสายพันธุ์ อาหารแต่ละช่วงวัย การแสดงอาการป่วย การพาไปฉีดวัคซีน การทำหมัน หรืออาการเป็นสัดในช่วงที่เขาต้องการผสมพันธุ์ เรื่องเหล่านี้ควรศึกษาก่อนนำเขามาเลี้ยงด้วยนะคะ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเพื่อนๆ จะอยากรับ แมว สายพันธุ์ใดมาเลี้ยง  ก็อยากให้เพื่อนๆ เตรียมศึกษานิสัยใจคอ และนิสัยพื้นฐานของแมวมาก่อนนะคะ ตลอดจนการพูดคุยปรึกษาครอบครัวก่อนรับแมวมาเลี้ยงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต